มหัศจรรย์แห่ง ‘พริก’ เผ็ดที่สุดในโลก

เพิ่งจะมารู้ไม่นานมานี่เองว่า แม้อาหารไทยจะอาศัยพริกชูรสชาติอันจัดจ้านมานานนมชนิดที่แยกกันไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงๆ พริกกลับไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในบ้านเราสักนิด แต่พริกถูกนำเข้ามาปลูกในบ้านเราเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 หรือตอนกลางๆ สมัยอยุธยานี่เอง

ถิ่นกำเนิดของพริกจริงๆ อยู่ที่ทวีปอเมริกากลางและใต้ อัลวาเรซ ชันกา ชาวสเปน เป็นบุคคลแรกที่นำพริกออกไปปลูกนอกทวีปอเมริกาเมื่อปี 2036 โดยเป็นชาติแรกอีกเช่นกันที่เรียกพริกว่า Chili ซึ่งแปลงมาจากคำ Chile อันเป็นชื่อของประเทศที่ให้กำเนิดพริกนั่นเอง อีก 55 ปีต่อมา ชาวอังกฤษจึงเริ่มรู้จักพริก และเมื่อถึงปี 2098 บรรดาประเทศต่างๆ ในยุโรปกลางก็เริ่มรู้จักปลูกพริกกินเองกันแล้ว

พริกเดินทางมายังอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับพ่อค้าชาวโปรตุเกส อีกทั้งชาวสเปนเองก็หอบพริกเม็กซิกันข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาที่ฟิลิปปินส์ และต่อมาได้แพร่ไปสู่หมู่เกาะอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามเส้นทางการค้าเครื่องเทศ รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

การเดินทางของพริกอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำว่าประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานั้นเป็นดินแดนเปิดเพียงใด จึงไม่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมคนในภูมิภาคนี้จึงมีโอกาสและมีความสามารถในการปรับรับวัฒนธรรมต่างแดนมากเป็นพิเศษ แถมยังมีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด ดูอย่างพริกนี่สิครับ แม้ว่าเราจะไม่ใช่ชนชาติเดียวที่กินอาหารรสเผ็ดที่ปรุงจากพริก แต่คนรุ่นหลังยังพลอยเข้าใจผิดว่าพริกน่าจะเกิดควบคู่กับคนไทยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กันเลยทีเดียว

เรื่องของพริก เครื่องปรุงรสแสนมหัศจรรย์ยิ่งได้รับความสนใจกันเข้าไปใหญ่ เมื่อมีการจัดลำดับความเผ็ดร้อนจากนักวิจัยกันขึ้นมา ซึ่งผู้ครองตำแหน่งพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกมาอย่างยาวนาน หาใช่เจ้าเล็กพริกขี้หนู หรือพริกชี้ฟ้าของบ้านเราไม่ แต่มันมีนามว่า ฮาบาเนโร เรด ซาวีนา ที่มีความเผ็ดถึง 350.00-577.000 สโกบิลล์ (Scoville-หน่วยวัดความเผ็ด) ซึ่งมีความจัดจ้านกว่าพริกชี้ฟ้าของเราถึง 1 หมื่นเท่าเชียวนะครับ พริกชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบภูมิภาคเมโสของอเมริกา ซึ่งอยู่บริเวณคาบสมุทรยูคาตันในทวีปอเมริกากลางที่ยื่นเข้าไปในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งได้ถูกบันทึกเอาไว้ในกินเนสบุ๊กว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อย

ทว่าเมื่อประมาณกลางเดือน ก.พ. ของปีที่ผ่านมานี้เอง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวเม็กซิโก ได้ค้นพบพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกชนิดใหม่ในรัฐอัสสัมของอินเดีย มีนามว่า บุต โจโลเกีย ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของพริกไทยขึ้นมา จากผลการทดสอบความเผ็ดร้อน 2 ครั้ง ผลปรากฏว่าพริก บุต โจโลเกีย มีความเผ็ดถึง 1 ล้านสโกบิลล์ ล้มแชมป์เก่าอย่าง ฮาบาเนโร เรด ชาวีนา ไปอย่างขาดลอยเกือบ 1 เท่าตัวเชียวนะ

ดร.พอล บอสแลนด์ หัวหน้าสถาบันพริก จากภาควิชาพฤกษศาสตร์และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวเม็กซิโก ได้เก็บเมล็ดพันธุ์พริก บุต โจโลเกีย ขณะไปเยือนอินเดียเมื่อปี 2001 ติดไม้ติดมือมา และเขาได้ปลูกพริกชนิดนี้ภายในห้องไร้แมลงเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์จำนวนมากพอที่จะทดลอง จนได้ข้อพิสูจน์ว่าพริกชนิดนี้เผ็ดที่สุดในโลกจริงๆ

ก่อนหน้านี้ เจ้าพริกบุต โจโลเกีย เป็นพืชพื้นเมืองอัสสัมที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก มาโด่งดังชั่วข้ามคืนเมื่อล้มแชมป์เก่าและได้ถูกบันทึกลงในกินเนสบุ๊กล่าสุด ในฐานะพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก ทำให้กลายเป็นสินค้าส่งออกที่น่าจับตามอง

บุต โจโลเกีย ตามภาษาอินเดียแปลว่า พริกผี ชาวอินเดียมีความเชื่อว่าเป็นพริกมงคล ด้วยความจัดจ้านด้านรสชาติของพริกชนิดนี้ เมื่อกินเข้าไปจะช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเสมือนกับเป็นการขับวิญญาณร้ายออกจากร่างกายของเรานั่นเอง

เสน่ห์ของพริกชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเผ็ดร้อนเหมือนพริกขี้หนูบ้านเรา ที่กินเมื่อใดต้องรีบหาน้ำดับร้อนกันจ้าละหวั่น แต่พริกบุต โจโลเกีย จะมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ที่ความหอมยวนเย้า ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยขึ้น และความเผ็ดร้อนจะค่อยผ่านลงลำคอ ไม่ได้สำแดงเดชอยู่ที่ปลายลิ้น ริมฝีปาก หรือมีอาการฉุนกึกเหมือนที่เราคุ้นเคย และด้วยปริมาณความเผ็ดที่มีมากเป็นพิเศษ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ปรุงอาหารในปริมาณที่มากเหมือนพริกทั่วไป

เกริ่นเรื่องราวของ บุต โจโลเกีย ที่เผ็ดที่สุดในโลกมาเสียยืดยาว สาวกคนรักพริกคงถึงขั้นน้ำลายสอ จะทำอย่างไรหนอถึงจะได้ลิ้มรสชาติของพริกที่ว่านี้โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงอัสสัม ประเทศอินเดีย กับเขาบ้าง ไม่ยากครับที่ เรด ร้านอาหารอินเดียแบบฟิวชันย่านทองหล่อ เขาบินตรงไปขนพริกชนิดนี้มาปรุงเป็นเมนูรสเลิศ โดย เชฟกาแกน อนันด์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารอินเดีย ลงมือรังสรรค์เป็นเมนูพิเศษให้ได้ลิ้มลองในบ้านเรากันแล้ว

เริ่มจากเมนูออร์เดิฟร์ Tomato and Chili Consomme ซุปพริกชามโต เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้ เช่น องุ่น มะเขือเทศ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ให้กลิ่นหอมจางๆ ของบุต โจโลเกีย กระตุ้นต่อมหิวดีชะมัด

ตามต่อกันด้วย Haldi Chili Prawns Served with Chili Jam กุ้งหมักสมุนไพรอินเดีย แกล้มกับซอสพริกบุต โจโลเกีย จัดจ้านในลำคอ กลิ่นหอมของเครื่องเทศอินเดียกับกลิ่นหอมของพริกผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารจานนี้โดดเด่นและอร่อยล้ำมากยิ่งขึ้น

Lobster Moilee แกงกะหรี่อินเดียกับกุ้งล็อบสเตอร์ตัวโต ที่ได้กลิ่นหอมและความร้อนเผ่าเบา จากนั้นค่อยๆ ซาบซ่านยามผ่านลำคอจนสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากรสชาติของพริกทั่วไป

บุต โจโลเกีย ไม่ได้มีดีแค่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารเท่านั้น เชฟกาแกน อนันด์ ยังนำมาเพิ่มดีกรีให้กับเครื่องดื่มประเภทค็อกเทลอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Rikshow Martini Backyard Belhai และที่รสชาติจัดจ้านจากฤทธิ์ของพริกชนิดนี้มากที่สุด Killer Bee รวมถึงอีกหลายเมนูทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมและดีกรีจากพริกบุต โจโลเกีย มากน้อยต่างกันไปให้เลือกลิ้มลองกันได้ตามใจชนิดไม่อั้นทีเดียว

สาวกคนรักพริกที่อยากพิสูจน์พริกผีที่เผ็ดที่สุดในโลกว่าเด็ดดวงขนาดไหน จะสู้เจ้าเล็กพริกขี้หนูของบ้านเราได้ไหมไม่ควรพลาด… รับรองว่าไม่ผิดหวัง… โดยทางร้าน เรด จะเริ่มเสิร์ฟความเผ็ดร้อนจากเมนูพริกชนิดนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี ของทางร้านเป็นต้นไป

ข้อคิด

การกินพริกที่มีความเผ็ดมากๆ อาจส่งผลต่อสุขภาพของร่างกาย

ที่มา

http://www.posttoday.com/

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s